ชายแดนใต้

[๐ ชายแดนใต้][bleft]

รายงานพิเศษ

[๐ รายงานพิเศษ][bsummary]

อุบัติเหตุ

[๐ อุบัติเหตุ][twocolumns]

บทความ

[๐ บทความ][bsummary]

ถ้า "พล.อ.ประยุทธ์" กลัวเอ็นจีโอจนไม่กล้าเดินหน้า 'เมืองอุตสาหกรรมจะนะ' ก็บอกกันมาให้ชัด






บทความ โดย.. เมือง ไม้ขม



ติดตามข่าวสารการพัฒนาภาคใต้ของรัฐบาล ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มาโดยตลอด โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาล ชุดนี้ได้ยกเลิกโครงการอภิมหาโปรเจกต์ ที่เกี่ยวกับท่าเรือน้ำลึก ที่ อ.ละงู จ.สตูล และทางรถไฟ เพื่อการเชื่อมต่อขนส่งสินค้า จากท่าเรือน้ำลึก ที่ จ.สตูล มายัง จ.สงขลา ซึ่งถือว่าเป็นการดับฝันการพัฒนาภาคใต้ตอนล่างไปแล้วอย่างสิ้นเชิง โดยหมดงบประมาณในการศึกษาโน่น นี่ นั้นไปแล้วจำนวนหนึ่ง

และก็พบว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มี ”บิ๊กตู่” เป็นผู้นำประเทศ มีกระทรวงคมนาคม ที่เป็น”โควตารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอแผนพัฒนาภาคใต้ โดยทำเป็น ”แลนด์บริดจ์” เพื่อเชื่อมสองฝั่งทะเล จากฝั่งทะเลอ่าวไทย ที่ จ.ชุมพรไปยังฝั่งทะเลอันดามันที่ จ.ระนอง ซึ่งถือเป็นอภิมหาโปรเจกต์ ที่รัฐบาลต้องทำเอง โดยใช้เงินงบประมาณ 400,000 ล้านบาท

และทั้งหมดเป็นเพียงแผนงานในกระดาษ ที่เห็นเพียงรูปร่าง แต่ยังไม่น่าเชื่อว่า จะ ”ได้ทำ” หรือ ”ทำได้” จริง เพราะยังมีปัญหาของการศึกษา และมีอุปสรรคอีกมาก โดยเฉพาะในฝั่งทะเลอันดามัน ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศเมียนมา อย่างน้อยที่เป็นเกาะก็ 3 เกาะด้วยกัน และที่สำคัญ งบประมาณจำนวนมหาศาล รัฐบาลจะเอามาจากไหน ในสภาพที่ประเทศไทยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจทรุดโทรม หรือ “ถังแตก” อย่างที่เป็นอยู่



ที่ยกเอาเรื่องของแลนด์บริดจ์และเรื่องรัฐบาลถังแตก ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ของกระทรวงคมนาคม เพียงแต่ต้องการเปรียบเทียบกับ "โครงการเมืองต้นแบบ” ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นโครงการอภิมหาโปรเจกต์เช่นกัน และเป็นโครงการที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ครม.ให้ความเห็นชอบผ่านทาง กพต.หรือคณะกรรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ที่ อ.จะนะ หรือที่เรียกกันว่า "เมืองอุตสาหกรรมจะนะ” เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ที่เป็นนวัตกรรมของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่ไม่มีเรื่องของปิโตรเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่สำคัญเป็นโครงการที่รัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณในการลงทุน เพราะภาคเอกชน ที่เข้ามาลงทุน เป็นผู้ดำเนินการเองในวงเงิน 600,000 ล้านบาท และเดินหน้าโครงการได้ทันที ที่หน่วยงานของรัฐผ่านการทำเรื่องสิ่งแวดล้อมและเรื่องของผังเมืองตามที่กฎหมายกำหนดไว้

แต่แปลก ที่โครงการนี้ กลับไม่ได้รับการกล่าวถึงจากกระทรวงต่างๆ รวมทั้ง นักการเมืองในพื้นที่ และในการดำเนินการเพื่อการขับเคลื่อน ที่เปลี่ยนมือจาก "ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” (ศอ.บต.) มาเป็น “สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” (สศช.) ก็มีความล้าช้า ในการขับเคลื่อน ยิ่งกว่าการเดินทางของ ”หอยทาก” จนแทบจะไม่มีเห็นความคืบหน้าเพื่อแสดงความก้าวหน้าของโครงการเมืองต้นแบบแห่งนี้แต่อย่างใด

แม้แต่เรื่องของการศึกษาสิ่งแวดล้อมวงเงิน 80 ล้านบาท ก็มีการใช้เวลาถึง 3 ปี ที่แสดงให้ว่าต้องการ ”เตะถ่วง” ไม่ให้เดินหน้าโครงการ ทั้งที่วันนี้ องค์กรเอกชนใน จ.สงขลา โดยการนำของหอการค้าและเครือข่ายทางธุรกิจและสังคม ประกาศชัดว่า พร้อมสนับสนุนเมืองต้นแบบแห่งนี้ ถ้าทำตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จ

ดังนั้น การดึงการศึกษาสิ่งแวดล้อมถึง 3 ปี หมายความว่าอย่างไร เรื่องนี้ “สภาพัฒน์” ต้องมีคำตอบให้คนสงขลาและคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะวันนี้ คนส่วนใหญ่เชื่อว่า ”สภาพัฒน์” ไม่เห็นด้วยกับโครงการเมืองต้นแบบของเอกชน จึงทำให้การดำเนินการล่าช้า ไม่เป็นไปตามความต้องการของประชาชนและนักธุรกิจในพื้นที่

เรื่องทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าเศรษฐกิจของรัฐบาล และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( กพต.) ต้องพิจารณาในเรื่องของการขับเคลื่อน “เมืองต้นแบบ” ที่ อ.จะนะ เสียใหม่ กับ”สภาพัฒน์” ที่เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน


เพราะวันนี้ สถานการณ์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นอยู่ไม่ตอบโจทย์ ทั้งกับประชาชนและเอกชน ทั้งในเรื่องการลงทุนและปัญหาการว่างงาน การสร้างอาชีพ ที่ยิ่งปล่อยให้การพัฒนาเป็นไปด้วยความล่าช้า จึงเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องของคนรากหญ้า ให้เลวร้ายยิ่งขึ้น

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความจริงใจในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องพูดคุยกับสภาพัฒน์ ให้เร่งดำเนินการขับเคลื่อนเมืองต้นแบบที่ อ.จะนะ ให้รวดเร็วและก้าวหน้ามากกว่านี้

ในขณะเดียวกับ ถ้ากลัว “เอ็นจีโอ” จนไม่กล้าที่จะเดินหน้าต่อไป ก็บอกประชาชนให้ชัดเจนว่า “เมืองต้นแบบ” ที่ อ.จะนะ รัฐบาลได้ยกเลิกแล้ว เพื่อที่ประชาชนและนักธุรกิจ นักลงทุน จะได้ไม่ต้องคาดหวังกับรัฐบาลอีกต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น: