สส.สงขลา ปชป.อัดนโยบายเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนดอาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน



วันนี้ (21 ม.ค.) นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา กล่าวถึงการแจกโฉนด ส.ป.ก.4-01 ว่า แม้นโยบายการเปลี่ยนแปลง ส.ป.ก. 4-01 เป็นชื่อ โฉนดเพื่อการเกษตรจะเป็นการยกระดับของ ส.ป.ก. 4-01 แต่ในภาพรวมเห็นว่าจะเป็นนโยบายที่สร้างความสับสนให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน ในประเด็นของสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการถือครองหนังสืออนุญาต ส.ป.ก. 4-01 เพราะตามกฎหมายประมวลที่ดิน คำว่า โฉนด คือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ในที่ดินที่รัฐมอบไว้ให้เอกชนหรือบุคคลทั่วไป ดังนั้น ในทางกฎหมาย และความเข้าใจทั่วไปของสังคมไทย ใครมีโฉนดที่ดินย่อมหมายความว่า ผู้นั้นเป็นเจ้าของที่ดินโดยชอบธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย ซื้อขาย โอน จำนอง ค้ำประกัน ฯลฯ ได้ตามความประสงค์

ขณะเดียวกัน โฉนดเพื่อการเกษตรหรือ ส.ป.ก. 4-01 เดิมนั้น เป็นเพียงการยกระดับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมให้เกษตรกร แต่กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังคงเป็นของรัฐ เกษตรกรมีเพียงสิทธิครอบครองเท่านั้น หาใช่เป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ ดังนั้น สาระสำคัญจึงอยู่ที่ประเด็นของกรรมสิทธิ์หรือความเป็นเจ้าของนั่นเอง รัฐบาลจะใช้ชื่อเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องไม่ลืมว่า การรับรู้ทั่วไปของสังคม และตามกฎหมายประมวลที่ดิน คำว่า โฉนด มันบ่งบอกถึงสถานะความเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ของผู้นั้น เรามีโฉนดเท่ากับว่าเราขาย โอน จำนอง ค้ำประกัน ได้ตามความต้องการตราบเท่าที่เรายังคงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นๆ  

"แต่นโยบายรัฐบาลที่เปลี่ยนหรือยกระดับ ส.ป.ก. 4-01 ไปสู่โฉนดเพื่อการเกษตร ซึ่งเกษตรกรที่ถือครองไม่ได้มีความเป็นเจ้าของ หรือมีกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ อาจนำไปสู่การสร้างความสับสน ความเข้าใจผิดให้แก่ประชาชน ดังนั้น ผมเสนอว่าให้รัฐบาลเร่งทำความเข้าใจนโยบายดังกล่าวเสียใหม่เพื่อป้องกันความสับสน และไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าถูกหลอกให้หลงเข้าใจผิด" นายสรรเพชญ กล่าว

นายสรรเพชญ กล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้มีการโอน เช่า ได้แล้ว ก็เกรงว่าสุดท้ายโฉนดเพื่อการเกษตรจะอยู่ในกลุ่มของนายทุน โดยการสวมสิทธิให้เกษตรกรตัวจริงถือครอง แต่ผู้ได้รับประโยชน์จากที่ดินนั้นกลับไม่ใช่เกษตรกร ซึ่งหมายถึงวัตถุประสงค์ของโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตรได้เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นเรื่องทางธุรกิจของกลุ่มทุนเสีย ดังนั้น กระบวนการต่างๆ หลังจากนี้ ของรัฐบาลจะต้องเข้มงวด และรัดกุม ต้องให้ความสำคัญกับการพิสูจน์สิทธิ และการใช้ประโยชน์จากที่ดินจริงอย่างเข้มงวด และดำเนินการอย่างตรงไป ตรงมา เพื่อให้ผลประโยชน์ตกถึงเกษตรกรอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้นเท่ากับเป็นการซ้ำเติมปัญหาที่ดินทำกินให้ทวีคูณยิ่งขึ้น

0 ความคิดเห็น